****** นี่คือหนังสายซาดิสต์ทรงพลังที่สุดในโลกใบนี้ตลอดกาล! : Salo the 120 Days of Sodom / 1975 (สุขนาฏกรรมอเวจี!) ^_^

นี่คือหนังทรงพลานุภาพที่สุดในโลกใบนี้ตลอดกาล ตราบเท่าที่มวลมนุษยชาติรู้จักนิยามความหมายของคำว่า “ซาดิสต์”

Salo the 120 Days of Sodom (สุขนาฏกรรมอเวจี/120 วันในโซดอม)

ศักดิ์ศรีความเป็นคน มีไว้…ให้เหยียบย่ำ!

หนึ่งร้อยยี่สิบวันอันแสนทรมาทรกรรมในเมืองซาโล นรกทั้ง 3 ขุม ซึ่งมันก็คือเกมที่ผู้ทรงอิทธิพลในสังคมคนชั้นสูง-นายทหารเขาเล่นกันเพื่อตอบสนองกิเลส-ตัณหาส่วนบุคคล เสียงเปียโนของโชแปงดังแว่วบรรเลงขานขับสอดประสาน เราจะมารับประทานอุจจาระกันอย่างเริงรื่น กลิ่นคาวเลือดช่างหอมกรุ่นแดงฉานสว่างไสว เสียงหวีดร้องที่ชวนสะเทือนใจ คือความบันเทิงเริงใจของพวกข้า

Salo the 120 Days of Sodom หรือในชื่อภาคภาษาไทยว่า “สุขนาฏกรรมอเวจี” บ้างก็เรียก “120 วันในโซดอม” เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างประเทศอิตาลี และฝรั่งเศส สร้างเสร็จสมบูรณ์ราวปี ค.ศ.1976 ด้วยความยาว 116 นาทีโดยประมาณ Salo the 120 Days of Sodom เขียนบทและกำกับโดย Pier Paolo Pasolini สถานที่ถ่ายทำหนังใช้ที่ Salo, Brescia, Lombardia, Italy เล่าลือว่า Pier Paolo Pasolini ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ดัดแปลง-สร้างหนังมาจากบทนิยายอันลือลั่นต่อศีลธรรมของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis De Sade Marquis De Sade) เรื่อง Les Cent-Vingt Journees De Sodome หรือ I' Ecole du libertinage (โรงเรียนของผู้รักอิสระ)ซึ่งเขียนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1785

เล่าถึง มาร์กีส์ เดอ ซาด นักเขียนชาวฝรั่งเศสต้นตำรับแห่ง Salo ส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม Marquis De Sade สำเนียงฝรั่งเศสเรียกว่า “โดนาเตียง อัลฟงส์ ฟรองซัวส์ เดอ ซาด” หรือ “Donation Alphonse Francois De Sade” มีชื่อเล่นว่า “มาร์กีส์จอมเทพ” หรือ “Divine Marquis” มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ค.ศ.1740-1814 ชื่อของ มาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis De Sade)นี้เองเป็นรากศัพท์ของคำว่า “ซาดิสม์” (Sadism) งานเขียนส่วนใหญ่ของมาร์กีส์ เดอ ซาด จะออกแนวปรัชญา-กามารมณ์ที่รุนแรงเร่าร้อน การทำลายกรอบคิดของศาสนา ศีลธรรมจรรยาอันดีงาม มุ่งเสรีภาพแบบสุขารมณ์ส่วนตัวเป็นใหญ่สุดโต่ง อาทิ บทประพันธ์เรื่อง Dialogue entre un pretre et un moribund หรือ เรื่องบทสนทนาระหว่างนักบวชกับคนใกล้ตาย เรื่อง Les Infortunes de la vertu หรือ เรื่องผู้โชคร้ายทางจรรยา และเรื่อง La La Philosophie dans le boudoir dans le boudoir หรือ เรื่องปรัชญาในห้องพักอารมณ์(ภาษาอังกฤษใช้Philosophic ส่วนภาษาฝรั่งเศสใช้ Philosophie) แต่เรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้ มาร์กีส์ เดอ ซาด มากที่สุดคือเรื่อง Les Cent-Vingt Journees De Sodome หรือที่รู้จักกันในนาม I' Ecole du libertinage (โรงเรียนของผู้รักอิสระ) ซึ่งต่อมา Pier Paolo Pasolini ได้ดัดแปลงเป็นหนังคือเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ซึ่งได้รับการยอมรับกันว่าเป็นหนังอันตราย วิตถาร เสียดสีสังคม จัดเป็นหนังแนวซาดิสม์ที่สร้างจากนวนิยายที่โด่งดังที่สุดเท่าที่มวลมนุษยชาติเคยมีมา โดยจากการศึกษาอัตชีวประวัติของมาร์กีส์ เดอ ซาด พบว่าเขาสร้างงานเขียนส่วนใหญ่ราว 29 ปีในโรงพยาบาลบ้า(มาร์กีส์ เดอ ซาด ถูกทางการจับขังไว้ในโรงพยาบาลบ้าด้วยเหตุผลบางประการ)

Salo the 120 Days of Sodom (สุขนาฏกรรมอเวจี/120 วันในโซดอม) เล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 ได้ออกคำสั่งให้จับวัยรุ่นหญิง-ชาย ลูกชนชั้นกลางหน้าตาดี 18 คนมาคุมขังไว้ยังคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่งที่เรียกชื่อว่า Salo ซึ่งมันก็คือโลกส่วนตัวของผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ประหนึ่งวิมารหลังน้อยที่พวกเขาและเธอจะสามารถกระทำย่ำยีอย่างไรก็ได้กับบรรดาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งหลาย สร้างเป็นนรกในวงวนแห่งความหายนะทั้งสาม ดังนี้

1. Circle of Manias (วงวนแห่งความเพ้อคลั่ง) นำเสนอวัยรุ่นหนุ่ม-สาว ที่ต้องกระทำการตามคำสั่งของผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 อย่างสุดวิตถาร การเปลื้องผ้า การเล่าประสบการณ์ทางเพศที่แสนวิปริตร่วมกัน การดื่มน้ำปัสสาวะสด การมีเพศสัมพันธ์แบบหมู่ชาย-หญิง การมีเพศสัมพันธ์แบบขบวนรถไฟ(หญิง-ชาย-ชาย) เซ็กซ์วิปริต พิธีแต่งงานเปลือย และการดำรงชีพแบบสุนัข เป็นต้น

2. Circle of Shit (วงวนแห่งอุจจาระ) ฉากเด่นอันแสนชวนอาเจียนในตอนนี้ก็คือฉากกินอุจจาระของผู้ปกครองระบอบฟาสซิสต์นายทหารผู้เรืองอำนาจทั้ง 4 เหยื่อวัยรุ่นหนุ่ม-สาว และบรรดานายทหารน้อยใหญ่ทั้งหลาย อุจจาระ (ขี้) ของเหยื่อถูกตักมาจากภาชนะรองรับ นำเข้ามาในครัวเพื่อทำอาหารเลี้ยงรับรองชั้นเลิศ ซึ่งฉากนี้เองถือเป็นฉากในตำนานของหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ที่กล่าวขานกันไปทั้งโลกในเรื่องของความวิปริตแบบสุดขั้ว

3. Circle of Blood (วงวนแห่งคาวโลหิต) ฉากจบอันแสนสะพรึงของหนังเรื่องนี้ นำเสนอกรรมวิธีการทรมานเหยื่อวัยรุ่นหนุ่ม-สาว อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตผิดมนุษย์ ไล่ตั้งแต่จับมัด ตัดลิ้น ตัดอวัยวะบางส่วนของร่างกาย แขวนคอ ฯลฯ

เล่าถึงผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini (ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี) ผู้กำกับสุดแรงของหนังเรื่องนี้ Pier Paolo Pasolini เป็นชาวอิตาลี มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.1922-1975 แหล่งข่าววงในใกล้ชิดกับพาโซลีนีรายงานว่า พาโซลีนีเป็นคนที่ไม่ได้ศรัทธาในศาสนา หรือแม้แต่ขนบธรรมเนียมโบราณที่มีมาแต่เก่าก่อน คือทำหนังตามแต่ใจของตนเองเป็นหลัก พาโซลีนีกำกับและสร้างหนังแรงๆมาหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ หนังชุด Trilogy of Life (ไตรภาคแห่งชีวิต) และหนังสุดอื้อฉาวอีกเรื่องคือ Gospel According to ST. Matthew หนังภาพขาว-ดำในปี ค.ศ.1964 หนังเรื่องนี้เองกล่าวถึงพระคัมภีร์ พระคริสต์ ศาสนา หลักธรรมคำสั่งสอน รวมถึงความทุกข์ทรมานของพระเยซูที่ถูกจับมัดตรึงกางเขน แต่ที่ว่ากันว่าเป็นฉากที่แรงแบบสุดกู่ของหนังเรื่อง Gospel According to ST. Matthew ก็คือฉากที่พระเยซูต้องมีเพศสัมพันธ์กับสุกร(ฉากนี้เองที่ผู้ศรัทธาชาวคริสต์ทั้งโลกถึงกับขู่ที่จะฆ่า พาโซลีนีมาแล้ว)โดยหนังเรื่อง Salo the 120 Days of Sodom ถือเป็นหนังที่สร้างชื่อเสียงให้แก่พาโซลีนีที่สุดและยังถือเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่เขากำกับจนเสร็จสมบูรณ์ก่อนถูกฆ่าตายอีกด้วย Pier Paolo Pasolini กล่าวถึงการสร้างหนังสุดอื้อฉาวเรื่องดังกล่าวว่า “ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี : ผมเชื่อว่า การสร้างเรื่องอื้อฉาว เป็นหน้าที่ของศิลปิน เรื่องราวเหล่านี้นำมาซึ่งความปิติยินดี การปฏิเสธมันก็เท่ากับเป็นการปฏิเสธศีลธรรมที่สั่งสมกันมาชั่วนาตาปี” (คำกล่าวของ ปีแอร์ เปาโล พาโซลีนี จากเว็บไซต์ http://www.dvdcanfly.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=292)

การตายอย่างมีเงื่อนงำของ Pier Paolo Pasolini เป็นที่กล่าวขานกันว่าเพราะมาจากการที่เขาสร้าง Salo the 120 Days of Sodom วันอันแสนเศร้า 2 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1975 (รวมสิริอายุได้ 53 ปี)ที่เมือง Ostia, Rome, Italy หลังจากหนังสุดอื้อฉาวแห่งมวลมนุษยชาติ Salo the 120 Days of Sodom ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไม่นานปรากฏผู้กำกับคนดังก็มาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เล่าลือกันว่าพาเซลีนีถูกฆาตกรรมจากสาเหตุที่พวกฟาสซิสต์ไม่พอใจที่มีการสร้างหนังเรื่องดังกล่าวขึ้นมา โดยเชื่อกันว่าฆาตกรอาจเป็นเด็กวัยรุ่นชายอายุ 17 ปี ชื่อ Giuseppe Pelosi ได้แอบขโมยรถยนต์ของพาโซลีนี แล้วขับพุ่งชนผู้กำกับเคราะห์ร้ายจนล้มลง จากนั้นจึงขับรถทับพาโซลีนีไปมาหลายครั้งจนถึงแก่ความตาย Giuseppe Pelosi ถูกจับและให้การพาคเสธตลอดข้อกล่าวหาประจวบเหมาะกับพยานและหลักฐานที่ไม่เพียงพอจึงส่งผลให้ไม่มีการดำเนินคดีใดๆต่อ Giuseppe Pelosi จนหมดอายุความ สุดท้ายเพื่อนของพาโซลีนีชื่อ Sergio Citti ระบุว่าพาโซลีนีอาจถูกฆาตกรรมจากพวกกรรโชกทรัพย์ขโมยแผ่นฟิล์มเรื่อง Salo ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นการจัดฉากของพาโซลีนีเองเพื่อเขาจะได้ตายอย่างทรมานแสนสาหัส กลายเป็นผู้สร้างตำนานสุดวิปริตแห่งโลกภาพยนตร์ในที่สุด

#แอดมินซามาร่า ^_^