หยิบมีด...เเล้วมาฆ่ากัน! Snuff Movie / 2005

เรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญงานร่วมทุนสร้างระหว่าง UK, Romania เเละ USA ที่เห็นปล่อยตัว Full ออกมาได้หลายปีล่ะ เเต่ก็เเปลกที่ในไทยไม่ค่อยมีใครหยิบจับมันขึ้นมารีวิวหรือพูดถึงสักเท่าไหร่ หนังกำกับโดย Director: Bernard Rose เเละได้ชื่อเรียกนอกจาก Snuff Movie / 2005 ว่า Cenas de Horror - No Limite da Realidade

เรื่องย่อ : เกี่ยวกับงานฉายหนังภายในบ้านของครอบครัวผู้กำกับ Boris Arkadin ที่ครั้งนั้นเกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อกลุ่มคนดูเกิดบ้าคลั่งไล่จับภรรยาของผู้กำกับมาทรมานเเล้วฆ่าทิ้ง จากนั้นจึงนำเลือดของศรีภรรยาคนสวยมาเขียนบนบานประตู เเละฝาผนังว่า PIG (เลียบเเบบคดีฆาตกรรมของกลุ่ม Manson ในช่วงทศวรรษที่ 1960) เเม้ครั้งนั้นผู้กำกับคนดังจะรอดชีวิตมาได้ เเต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา จิตหลุดตลอดเรื่อยมาเพราะภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นยังฝังใจ

เมื่อภาพเก่ามันถาโถมเข้ามาอย่างซ้ำๆย้ำๆ...จนวันหนึ่งเขาเกิดภาวะบ้าภายในจิตอย่างชนิดกู่ไม่กลับ จากที่จิตตก หวาดกลัว เขากลับเริ่มชอบการฆ่าภรรยา รู้สึกสนุกที่ได้เห็นภรรยาของเขาตายอย่างทรมาน เเละเริ่มที่จะอยากฆ่าคนเพื่อเลียนเเบบภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นดูบ้าง

วันหนึ่งผู้กำกับมือทองอย่าง Boris Arkadin จึงทำการประกาศเรียกแคสติ้งนักเเสดงสำหรับเล่นหนังเรื่องใหม่ของเขา กับค่าตัวมหาศาลสำหรับผู้ผ่านการเเคสติ้งในครั้งนี้

ปรากฏมีบรรดาหนุ่มๆสาวๆหลายคนสนใจสมัครกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้กำกับได้เลือกเอาไว้จำนวน 4 ราย(ชาย 2 หญิง 2)สำหรับร่วมทำกิจกรรมเเคสติ้งนักเเสดงภายในบ้านของเขา(บ้านในตำนานที่มีการฆาตกรรมภรรยาผู้กำกับจนตาย)

เเน่นอนว่าการมากินอยู่หลับนอนใต้ชายคาบ้านหลังนี้ไม่ธรรมดาเเน่ เพราะผู้กำกับแอบซ่อนกล้องไว้หลายสิบตัวทุกซอกทุกมุมภายในบ้านหลังนี้...ที่ไม่เว้นเเม้เเต่ในห้องนอน หรือภายในห้องน้ำ เเล้วก็จัดการต่ออินเตอร์เน็ตเชื่อมกับเว็บออนไลน์ชื่อ Snuff.com เพื่อเรียกลูกค้าซาดิสต์ให้จ่ายตังค์เข้ามาดูการหลอกเเคสติ้งฆ่านักเเสดงภายในบ้านนรกหลังนี้

**** ความเห็นส่วนตัวของผู้รีวิว

หนังยาวประมาณ 92 นาทีเลยล่ะ ช่วงเเรกจะถ่ายเเบบหนังซ้อนหนัง หลังจากนั้นก็นำเข้าเรื่องการฆาตกรรมภรรยาของผู้กำกับ(เลียนเเบบเหตุการณ์ดังในปี 1960) จากนั้นหนังก็นำเสนอภาพการไล่ฆ่าระหว่างทีมนักเเสดงเเละผู้ไล่ล่าเรื่อยๆจวบจนหนังจบ เท่าที่ดูเรื่องนี้เป็นหนังที่มีฉากต้องห้ามหลายฉากอยู่นะ ที่เห็นจะๆจุดหนึ่งก็ ฉากตรึงกางเขนพระเยซู(ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นนักเเสดงหญิงในเรื่องกับร่างเปลือยเปล่าเเทน) เเละก็ฉากฆ่าตัดหัวเหยื่อชายเเล้วเอาหัวของเหยื่อมาเล่นเเทนลูกบาสเกตบอล(เอ่อ...อันนี้เข้าท่า 555+ / แอบตกใจนิดๆ)

โดยภาพรวมหนังพยายามขายฉากโหดผสมเเบบทีเล่นทีจริง ซึ่งพอทำออกมาเเล้วก็ออกมาดีในระดับหนึ่งเลยนะ เเม้ความโหดจะยังไม่ค่อยโอเคมากนักสำหรับสายเเข็ง เเต่ถ้าวันนี้รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆเเบบว่าไม่มีอะไรจะดู...การหยิบ Snuff Movie / 2005 ขึ้นมารับชมก็อาจเป็นทางเลือกที่เยี่ยมยอดในตอนนี้ก็ว่าได้(ดีกว่าลงเเดงตายนะเออ 555+)

เเฟนๆถามกันเข้ามาเเน่ว่าผมให้เท่าไหร่....จัดไปครับ 6.9 / 10 คะเเนนกำลังฟิน(ครับผ๊มมมม) เรื่องนี้ก่อนดูอย่าคาดหวังอะไรมากนะ...เเล้วคุณจะรับชมมันได้สนุกกว่าเก่าเยอะเลย


*******************************************************
ตรงนี้สปอยล์ Snuff Movie / 2005
(ใครที่อยากดูหนังเเบบทั้งเรื่องให้สนุก #โปรดข้ามตรงนี้ไปนะ)


หนังเปิดเรื่องมาในยุโรปน่าจะยุค 100 กว่าปีก่อน ด้วยภาพการผ่าตัดของคุณหมอคนหนึ่ง กับการพยายามช่วยชีวิตทารกที่คุณเเม่ตายทั้งกลมจนสำเร็จ(ท่ามกลางความโล่งใจของคุณสามีเเละสมาชิกภายในบ้าน) เเล้วจู่ๆ ศพของภรรยาก็ฟื้นขึ้นมาจากความตาย....เดินเข้ามาหาคนในบ้าน!!!

ผ่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง....

คนดูในโรงหนังต่างตกใจกันเป็นทิวเเถว ใช่ครับ...ที่เราเห็นในช่วงต้นเรื่องคือการฉายหนังสยองขวัญภายในบ้านของผู้กำกับคนดัง Boris Arkadin เเต่มันคงสยองไม่พอ เมื่อกลุ่มคนดูหนังหลังจากที่ดูฉากนี้จบก็เริ่มบ้าคลั่ง ไล่จับภรรยาของผู้กำกับมาทรมานเเละฆ่าทิ้ง โดยนำเลือดมาเขียนบนบานปะตูเเละฝาผนังว่า PIG

คืนนั้นผู้กำกับรอดมาได้ ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นตามหลอกหลอนจนเขาเกิดภาวะทางจิต(จิตตก)เปลี่ยนเป็นความชอบภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นแทน เขาเลยวางเเผนกับทีมงานเพื่ออยากจะเรียนรู้การฆ่าคนดูบ้าง เลยหลอกเรียกเเคสติ้งนักเเสดงหนุ่มสาว 4 คน ว่าถ้าใครผ่านงานเเคสติ้งครั้งนี้จะได้ค่าตัวมหาศาล

สถานที่เเคสติ้งคือบ้านของเขาเอง(ที่เกิดเหตุฆาตกรรมในครั้งอดีต) จากนั้นก็ติดตั้งกล้องแอบถ่ายไว้ทุกซอกทุกมุม เชื่อมต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ตในรูปของเว็บอันตรายนาม Snuff.com จัดการเปิดให้ดูฟรีในช่วงเเรก พอลูกค้าเริ่มติดงอมเเงมก็บังคับให้จ่ายตังค์ในการดูรอบต่อไป

คนดูเริ่มติดเพาะเชื่อว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์จริง....

มันเริ่มจากการที่นักเเสดงคนหนึ่งล่วงรู้เเผนของผู้กำกับ เขาจึงพยายามหนี เเต่ถูกทีมนักฆ่า(สาวทหาร 3 นาง)ไปตามจับตัวไว้ได้

จากนั้นทีมนักฆ่าพยายามเข้ามาภายในบ้าน จับตัวคู่ชาย-หญิงอีกคู่ไว้ภายในห้องลับใต้ดิน เเล้วบุกไปหานางเอก(ที่มาเเคสติ้งนักเเสดงด้วย)

เรื่องของเรื่องก็คือเเฟนของนางเอกเองก็แอบเสียตังค์ดูการเเคสติ้งนรกในครั้งนี้ด้วย เลยรีบขับรถยนต์ไปเเจ้งตำรวจเเละตามไปช่วยนางเอกถึงบ้านของผู้กำกับ โดยนำทีมตำรวจติดปืนกลหนักจำนวน 7 นายบุกเข้าไปด้วย

ภาพที่เห็นคือภายในบ้านมีเเต่เลือด เเละก็....เห็นทหารสาว 3 นาง(บริวารของผู้กำกับ)กำลังนำหัวของนักเเสดงชาย(คนเเรกที่หนีออกไป)มาโยนเล่นเเทนลูกบาสเกตบอล จึงเข้าทำการจับกุม รวมทั้งจับกุมผู้กำกับอย่างละม่อม

ปรากฏ....ผู้กำกับบอกว่านี่คือการเเสดง มันคือเอฟเฟคหนัง!!
พร้อมทั้งสั่งให้นักเเสดงชายคนเเรกที่แอบหนีไปโชว์เอฟเฟคที่ต้นคอ(ที่ถูกทำร้าย)ว่ามันเป็นเพียงการเซ็ทขึ้นมาผสมกับเลือดปลอมเท่านั้น ทุกอย่างในบ้านนี้คือการเเสดงครับ(รวมถึงหัวมนุษย์ปลอมด้วย)

เเล้วพระเอกก็ถูกตำรวจ 7 นายกลุ่มนั้นรุมกระทืบในข้อหาเเจ้งความเท็จ

ตำรวจกลับออกไป พระเอกก็เช่นกันเขาขับรถออกไปอย่างหัวเสียสุดๆ

เเน่นอนว่า....นี่คือการลวงหลอกชั้นเเรก เพราะเกมการฆ่ากันของจริงนั้น กำลังจะเริ่ม!!

ผู้กำกับเรียกให้เหล่าบริวารจับนักเเสดงทั้ง 4 มาขังไว้ภายในห้องลับ เขาเริ่มเปิดคลิป VDO ตอนที่คู่ชายหญิงกำลังซำกันอย่างเมามัน มันคือการเล่นชู้รักที่ชายอีกคนรับไม่ได้(ชายคนนี้เป็นเเฟนกับผู้หญิงในคลิป) ผู้กำกับจึงเสนอการล้างเเค้นให้ ด้วยปากกาเหล็กเขียนสี เเละสว่านไฟฟ้า เขาเริ่มทรมานสาวคนรักที่นอกใจอย่างบ้าคลั่ง

เเล้วจู่ๆผู้กำกับก็สั่งหยุด

เเล้วผู้กำกับก็สั่งให้บริวารจับผู้ชายคนนี้มัดไว้ พร้อมถามสาวคนรัก(ที่แอบนอกใจ)ว่า... "เขาทำกับมึงขนาดนี้ เขาหมดรักมึงเเล้ว มึงอยากล้างเเค้นไหม" พร้อมกับยื่นมีดเล่มหนึ่งให้เจ้าหล่อน

สาวเจ้าเเค้นเเฟนหนุ่มเเบบสุดขีดที่โดนทรมาน จึงใช้มีดกระหน่ำเเทงท้องน้อยของเเฟนหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง

จากนั้นก็เข้าสู่พิธีการสังหารพระเยซูสาว ด้วยการจับนางเอกมาเเก้ผ้าเเล้วตอกตรึงลงบนไม้กางเขนท่ามกลางสาวกกว่าร้อยคนเป็นพยานในครั้งนี้ ปืนสั้นถูกหยิบมาใช้จ่อยิงหัวคนที่มาเเคสติ้งหนังจนตายหมด ยกเว้นนางเอก จากนั้นภาพทุกภาพก็ดูขาวเเล้วเลือนลางไป

ฉากจบ....พระเอกมาหานางเอกที่บ้านของผู้กำกับ เเล้วก็พบว่านางเอกยังไม่ตาย เธออยู่กับผู้กำกับเพื่อสร้างหนังเรื่องต่อไป

ฉากจบเนี่ยๆ คล้ายกับผู้กำกับมันเเฝงเป็นนัยๆว่า #กุได้ทายาทความโหดจิตเเล้ว! (555+)

#เจ้าคือทายาทคนต่อไป.... (แล้วเพลงทายาทอสูรก็ลอยมาเลย....ผ่างงงง)