Justice มหากาฬล้างเดนมนุษย์ (Political/Thriller)   Share

ณ ทาวน์เฮ้าส์แห่งนึงย่านกลางเมืองยามเย็น ท่ามกลางความไม่สงบทางการเมือง พวกสวะยังหน้าสลอนกัน แต่ว่าวันนี้ แผนการล้างสวะกำลังเริ่มขึ้น
ชายคนหนึ่งในบ้านหลังนั้นกำลังนั่งกินข้าวอยู่พร้อมจ้องทีวี กินเสร็จแล้วจึงเขียนบันทึกของ…..เขา

บันทึกของฉัน วันที่24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
วันนี้แผนการของฉันวางไว้ครบถ้วนแล้ว วันนี้จึงว่างมาเขียนบันทึกเน่าๆนี้หลังจากไม่ได้เขียนมานาน
วันนี้ฉันเปิดทีวี ข่าวแรกก็มา เหล่านักการเมืองทั้งหลายต่างทะเลาะกัน
นักการเมือง พวกเดนมนุษย์จอมหลอกลวง สิ่งมีชีวิตที่ทำให้วัฐจักรอันโสมมที่เรียกว่าการเมืองขับเคลื่อนต่อไปได้
พวกหลอกลวง พวกที่วันๆพยายามเอาประโยชน์เข้าตัวเองให้มากที่สุด โดยไม่สนว่าชนชั้นไพร่อย่างประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน เอาเถอะ เปลี่ยนช่องดีกว่า อีกไม่นานไอพวกเดรัจฉานนี้ก็ต้องตายแล้ว
เปิดอีกช่องก็เจอเหล่าม็อบหลากสี หึ พวกโง่ มันคิดว่ามันทำตามอุดมการณ์ของผู้นำ แต่ไม่ มันแค่เป็นแรงงานของผู้ที่เอาประโยชน์เข้าตัว ก็ไม่ต่างจากพวกนักการเมืองเท่าไหร่หรอกน่าเบื่อชิบ อืมช่องนี้ก็อะไรอีกล่ะ ละครน้ำเน่าของสังคมดารา แต่ว่าพวกนี้ยังโชคดี ไม่อยู่ในรายชื่อของพวกสวะที่ต้องตายแม้จะเกือบๆก็เถอะ
อืม ส่วนนี้พวกสุดท้ายในรายชื่อผม พวกมาเฟีย พวกที่คิดว่าตนเองมีอำนาจล้นฟ้า คิดว่าตนเองเป็นใหญ่เท่านักการเมือง เหอะ ก็อีแค่พวกเดนสวะอีกพวกเท่านั้นแหละ อืมวันนี้ฉันคงต้องหยุดก่อน พรุ่งนี้…ได้เวลาล้างไอ้พวกนี้แล้ว!!!!!!

ความคิดเห็นที่ 1

Chapter 1: ม็อบ
เฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!! เสียงดังระงมร้องหาความเป็นธรรมของกลุ่มหลากสีดังกระหึ่มไปทั่วสี่แยกในแถบใจการเมือง รอบๆพื้นที่ชุมนุมนี้เต็มไปด้วยตำรวจอาสา กั้นเขตชุมนุมกับเขตบ้านเรือนประชาชน
ณ ป้อมเฝ้าด้านนึงของเขตนี้ “นี้ หมวดเติ้ล ตื่นได้แล้วนะครับ เจ็ดโมงจะครึ่งอยู่แล้ว”
“เออ รู้แล้วน่า เชน เฮ้อ!!ง่วงจังวุ้ย” หมวดเติ้ล รีบลุกขึ้นมาจากถุงนอนแล้วใส่ชุดเครื่องแบบ
หมวดเติ้ล “นี่ ไอเชน แกว่าเมื่อไหร่ไอพวกบ้านี้จะเลิกชุมนุมว่ะ”
หมวดเชน “ผมก็ไม่รู้ครับ เอาเป็นว่าทนทำหน้าที่นี้ไปก่อนเถอะครับ”
ความจริง เชนก็ไม่อยากทำงานนี้หรอก แต่ว่าพื้นที่ชุมนุมอยู่ในเขตของเขา แต่อย่างู้นอย่างี้เลย ยังต้องขออาสาจากเขตอื่นมาเพิ่มอีก คิดดูว่าม็อบเยอะแค่ไหน!!!!!
ก็อกๆ มีหยิงสาวคนนึงมาเคาะประตูป้อม “เฮ้ พวกหมวดนะ ฉันซื้อข้าวมาฝาก”
หมวดเติ้ล “ครับผ้มมมมม คุณนุช” เขาพูดกับ “นุชรี” หญิงสาวซึ่งเป็นนักข่าวภาคสนาม
นุชรี“นี่ๆ ฉันซื้อแกงเผ็ดเป็ดย่างกับไข่เจียวหมูสับของโปรดของหมวดมาด้วยน้า”
แล้วหมวดเชนก็เข้ามากอดนุช หมวดเชน “ที่รักรู้ไหม ผมคิดถึงคุณมากเลยนะ”
นุชรี” แหม ไม่ต้องปากหวานเลย ฉันก็ต้องนอนเต็นท์นักข่าวที่นี่เหมือนกันย่ะ” แล้วก็มีชายอีกคนเข้ามา
“โทษทีที่มาช้า แหะๆ มัวแต่ไปเข้าห้องน้ำอยู่นะ” ก้อง ตากล้องของนุชรีบบอก
หมวดเติ้ล “เอาละ อย่าเสียเวลาเลย รีบกินข้าวกันดีกว่า”

อีกด้าน ณ ด้านนอกขณะที่พวกม็อบยังชุมนุมกัน มีชายคนนึงเดินถือกระเป๋าบางอย่างขึ้นไปที่ตึกอพาร์ทเม้นต์ร้างซึ่งผู้เช่าย้ายหนีกันไปหมดแล้วหลังจากมีการชุมนุมซักพัก เขาไปที่ชั้น 4 ไปที่ห้องที่เหมาะกับเปิดการสังหาร
เขาบุกเข้าไป แล้วแอบมองจากช่องกระจก แล้วเปิดกระเป๋าขึ้นมา ในกระเป๋าใบนั้น มีสมุดบันทึก ปากกา กล้องส่องทางไกล หน้ากากกันแก๊สน้ำตา ปืนยิงแก๊สน้ำตา อูซี่และM79 เขาหยิบสมุดบันทึกมาแล้วจดบันทึกของวันนี้
บันทึกของฉัน 25 พฤษภาคม พ.ศ.2568
วันนี้ของบันทึกสั้นๆหน่อยนะ เอาละก็อย่างที่บอกวันนี้ฉันเริ่มแผนการล้างสวะแล้ว ด้วยพวกง่ายๆอย่าง ม็อบ อ่า อ๊ะ บ้าจริง ไอหัวหน้าการชุมนุมมันออกมาก่อนเวลา คงต้องแค่นี้ก่อน”

แล้วเขาก็ปิดสมุดแล้วแอบมองจากหน้าต่างโดยใช้กล้องส่องทางไกล “อำพล ดำรงศ์ศรี” แกนนำชุมนุมเดินมาปราศรัยเช่นเคย เขารอเวลาจนกระทั่งเขาใกล้ปราศรัยเสร็จ จึงหยิบM79 ขึ้นมาเตรียมรอ แล้วอำพลก็เดินลงมาจากเวทีช้าๆ พร้อมกับนิ้วของเขาเหนี่ยวไก ปัง!!!
ลูกปืนM79 ลงไปที่กลางฝูงชน บู้ม !!!!ตามความตั้งใจของเขา พวกนั้นแหลกกระจายเลือดสาดกันถ้วนหน้า พวกมันต่างจ้าละหวั่น อำพลรีบลงมาอย่างไวและโทรเรียกให้รถตู้รีบมารับ
เขาไม่รอช้า รีบบรรจุกระสุนลงM79 แล้วยิงไปอีกนัด บู้ม!!!!!! แหลกอีกระลอก
หมวดเชนรีบออกมา สั่งเติ้ลว่า “มรึงรีบวอเรียกกำลังเสริมมาเลย” แล้วเขาก็วิ่งฝ่าฝูงชนไป แล้วถามม็อบคนนึง
ม็อบ “ม ม มีคนยิงระเบิดใส่เรา ช่วยพวกเราด้วยนะ” หมวดเชนพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปทางเวที
ด้านเขาคนนั้นก็รีบเก็บ M79และรีบลงมาจากอพารท์เม้นต์แล้วไปดักตรงซอยลับที่พวกอำพลจะมา
รถตู้ของอำพล วิ่งมาตรงซอยลับทีว่า เขายิงปืนแก๊สน้ำตาดักรอไว้ก่อนแล้ว
อำพล “ลื้อขับฝ่าไปเลย เร็วเข้า” เขาออกคำสั่งกับคนขับรถ คนขับรถกำลังจะเร่งความเร็วแต่ว่า
ปังๆๆๆๆ!!!!! มีคนยิงกระสุนใส่ล้อทั้งสี่ทำให้คนขับรถจอด อำพลเหงื่อคก ลูกน้องที่นั่งมาด้วยอีก2-3คนก็ไม่ต่างจากอำพล และแล้ว มีแสงเลเวอร์ส่องมาที่หัวคนขับรถ ปัง!!!! กระสุนเจาะหัวคนขับ เลือดเปรอะกระจกหน้า
อำพลกำลังจะเปิดประตูเลื่อนหนี แต่ช้าไป มีคนถือปืนอูซี่ดักรอแล้ว เลเซอร์จ่อที่หัวของเขา
ปังๆๆๆๆ !!!!! กระสุนเจาะหัวเขาจนเละ แล้วยิงกราดใส่พวกลูกน้อง จนตายกันยกรถ ร่างของอำพลกลิ้งลงมาอยู่ข้างรถ
เขาคนนั้นมองศพอย่างน่าสมเพชแล้วรีบเอาปืนใส่กระเป๋าแล้ววิ่งหนีไป ทางท่อระบายน้ำ พอควันจางลง
หมวดเชนที่ตามมา ก็ชูปืนพกเตรียมเล็งแต่ว่าเขาต้องตกใจ เมื่อเห็นสภาพในรถเป็นอย่างไร!!!!!!
วันต่อมา หนังสือพิมพ์ชื่อดังก็โพสข้อความไว้ตัวโตว่า “อำพลดับแล้ว!!!!!!”
ผู้คนต่างซื้อกันมากมาย พร้อมทั้งเค้าคนนั้น เขามองแล้วยิ้มกับผลงานตนเอง

เพลงประกอบ

ความคิดเห็นที่ 2

Chapter 2: มาเฟีย
ณ วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เป็นวันที่ทุกสำนักข่าวและสำนักพิมพ์ต่างตีแผ่เรื่องเดียวกันคือ การตายของอำพล และส่วนใหญ่จะมีคำถามปิดท้ายว่า “ใคร เป็นคนอุกอาจฆ่าอำพลและลูกน้องอย่างน่าสยดสยอง?” และนี้ก็เป็นประเด็นหลักของการประชุมตำรวจระดับสูงในวันนี้โดยมีผู้ร่วมประชุมคือ ตำรวจในพื้นที่ที่ม็อบเคยชุมนุมอยู่ แน่นอน ต้องมีหมวดเชนกับเติ้ล ด้วย
มีประธานคือ“วันชัย ขัตติยะกุล” อธิบดีกรมตำรวจ นั่งสูบบุหรี่ควันโขมงในห้องประชุม พวกลูกน้องก็ไม่กล้าขัดเพราะปกติเวลาวันชัยเครียดก็สูบบุหรี่เป็นประจำ แล้วเขาก็เริ่มประชุม
วันชัย “สวัสดีทุกคน วันนี้ผมอยากพักเรื่องคดีอำพลไปก่อน เพราะตอนนี้หน่วยสอดแนมของเราในกลุ่มมาเฟียพบว่า มีสาสน์ส่งถึง เสธ.อ้น และเพื่อนๆว่าเป็นเป้าหมายต่อไป” ทุกคนในห้องตกใจกัน ใครกัน? ที่กล้าจะปลิดชีพมาเฟียใหญ่อย่างเสธ.อ้น
วันชัยดื่มน้ำอึกใหญ่แล้วพูดต่อ “วันนี้ พวกมันจะประชุมกันที่โรงแรม แกรนด์ รอยัลตั้น วันนี้ผมจึงขออาสาสมัครตำรวจในเขตพื้นที่นี้ด้วยประมาณ 10 นายด้วย เพราะถ้าฆาตกรที่ฆ่านายอำพลไปที่นั่นล่ะก็ และถ้าจับกุมตัวได้ เราก็ปิดคดีได้ทันที” ไม่มีใครกล้ายกเลย แล้วก็มีคนๆนึงยก
วันชัย “ช่วยลุกขึ้นแนะนำตัวหน่อยครับ” แล้วคนๆนั้นก็ลุก หมวดเชนนั่นเอง เขาตะเบ๊ะและแนะนำตัว
“ผม ร้อยตำรวจโท คเชนทร์ มั่นคงทรัพย์ ครับผม!!!!!” แล้วก็มีอีกคนยกมือขึ้นด้วย วันชัยให้เขาแนะนำตัว
“ผม ร้อยตำรวจโท ณรงค์ฤทธิ์ พิชญะราษฎร์” หรือชื่อเล่นหมวดเติ้ลนั่นเอง แล้วค่อยๆมีคนทยอยยกจนครบ
วันชัย “เอาละ ขอให้ทุกคนที่อาสา ไปที่โรงแรมแกรนด์ รอยัลตั้น ตอนห้าโมง ปิดประชุมแค่นี้แหละ”

อีกด้าน ณ ทาวน์เฮ้าส์หลังเดิม เขาคนเดิมนั่งขัดปืนเบเร็ตต้าแบบ 17+1 นัด อย่างสบายใจ แล้วก็หยิบสมุดบันทึกมาเขียนเช่นเคย
บันทึกของฉัน 26 พฤษภาคม พ.ศ.2568
วันนี้ผลงานของฉันดังไปทั่วประเทส สภาพสพที่อเนจอนาถของไอ้อำพล เป็นที่โจษจันและชื่นชมเป็นอันมาก
แน่นอน ฉันต้องตกเป็นเป้าหมายของตำรวจอย่างแน่นอน แต่ใครจะสนล่ะ วันนี้แผนการขั้นที่2จะเริ่มขึ้นแล้ว
วันนี้ เป้าหมายที่สอง ไอพวกมาเฟีย สวะสังคมอีกประเภทจะมารวมตัวกันที่โรงแรมแกรนด์ รอยัลตั้นเพื่อประชุมกัน ทำไมนะเหรอ เพราะผมส่งสาสน์ให้พวกมันรู้ว่า มันกำลังจะถึงฆาตแล้ว พวกมันจึงมาวางแผนปรึกษากัน
และแน่นอน ผมก็จะฆ่ามันในวันนี้แหละ เพียงแต่ว่าคราวนี้พวกมันมีอาวุธครบมือ แต่ไม่มีพิสงอะไรหรอกถ้าเจอกับแผนของฉัน วันนี้คงต้องหยุดก่อน ขอนอนซักงีบแล้วเตรียมตัวสำหรับแผนล่ากากเดนมนุษย์

ต่อมา ตอน16:20 นาที เชนกำลังจะออกจากบ้าน นุชรีรีบมากอด
นุชรี “นี้ ดูแลตัวเองดีๆนะ ฉันเป็นห่วงเธอ” แล้วเชนก็หอมแก้มนุชแล้วบอกว่า
“ไม่ต้องห่วง ผมไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว” แล้วเขาก็ขึ้นรถ มาสด้า 2 คันเก่งแล้วขับไปรับเติ้ล
แล้วทั้งสองก็มาถึงที่นี่ตอน 16:51 พอไปถึงก็พบว่า มารอกันก่อนแล้วประมาณ 5 คน แล้วพอถึงเวลานัดก็ทยอยกันมา แล้วตัวแทนของวันชัยก็ขับรถตู้มา แล้วเอาเสื้อเกราะกันกระสุนมาให้ทุกคนแล้วกำชับให้ระวังให้ดีและมีมาเฟียมาประมาณ 5 แก๊งค์

19:40 พวกมาเฟียก็ทยอยกันมา กลุ่มแรกมีหัวหน้าคือชาวฝรั่ง “เคลาส์ ฟอน วาเซลอฟ” ลูกครึ่งเยอรมัน-รัสเซีย เป็นมาเฟียค้ายาคนสำคัญ
แล้วไม่กี่ชั่วอึดใจ กลุ่มที่สองก็มาคือ “เอ โพดำ” เจ้าของบ่อนคาสิโนหลายแห่งในเมือง เป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินประมาณ 70 ล้านแต่หลุดมาได้ด้วยอำนาจเงิน
ผ่านไปซัก 10 นาที กลุ่มที่3และ4 ก็ตามมาติดๆคือ “คิมฮยองวู” มาเฟียที่เอาเด็กสาวเกาหลีมาขายบริการที่ไทย
และอีกคนคือ “เบิ้ล บิ๊กบึ้ม” มาเฟียที่จับเด็กมาตัดแขนขาแล้วนำตัวมาเป็นขอทานข้างถนน
กลุ่มสุดท้ายที่มาคือ เสธ.อ้น มาเฟียที่นำเข้าอาวุธเถื่อนเข้าประเทศและเป็นเงาของกองทัพ มาปิดท้าย พวกนั้นทั้งหมดเดินเข้าห้องประชุมของโรงแรม แล้วพวกหมวดเชนก็แอบไปรอหน้าห้องอย่างเงียบเชียบ
อ้นนั่งประจำที่แล้วเปิดประชุม ผ่านไปซัก 2 ชั่วโมง พวกเขาก็มีมติว่าให้ทุกคนหนีออกนอกประเทศแล้วพอเรื่องเงียบค่อยกลับมา แต่ก่อนแยกกัน
เสธ.อ้น “ ไหนๆก็ต้องแยกกันแล้ว ไม่ทานอาหารว่างกันซักหน่อยเรอะ” ทุกคนเห็นด้วย อ้นจึงโทรให้บริกรเข็นรถอาหารว่างเข้ามา พอบริกรใกล้มาถึงห้องประชุม พวกหมวดเชนก็รีบไปหลบ
แล้วพอประตูปิดลง บริกรก็เปิดฝาครอบ ข้างในไม่มีอาหารว่าง แต่มีM79 แทน เขาหยิบขึ้นมาแล้วยิงใส่พวกมันทันที บู้ม!!!!!!!! ร่างของคิมฮยองวูกับเอ โพดำ ระเบิดแหลกเป็นชิ้นๆพร้อมกับโต๊ะ ส่วน เบิ้ลกับเสธ.อ้นโดนสะเก็ดระเบิดร่างกระเด็น ส่วนเคลาส์โชคดีหลบทัน ส่วนลูกน้องตายเกือบหมดเหลือแค่ลูกน้องของเคลาส์ 2 คน

พวกเขารีบหลบตรงโคนเสา เชนกับเติ้ลพร้อมตำรวจอีกคนเข้ามา เขาคนนั้นรีบควักปืนเบเรตต้าจากเอวมายิงใส่พวกเขา แต่เชนกับเติ้ลหลบทันหลังเสาพอดี ตำรวจโชคร้ายคนนั้นเลยโดนเต็มๆ ปัง ปัง!!!
กระสุน2นัดเข้าขาทั้ง2ข้าง แล้วทรุดตัวลง แล้งเขาคนนั้นก็ยิงอีกนัด ปัง!!! เข้าหน้าผากพอดีล้มหงายตึงไปเลย แล้วตำรวจพวกที่เหลือก็กำลังจะเข้ามา แต่ว่าเขาคนนั้นรีบยิงใส่ปังๆๆๆ!!!

ตำรวจอีก 2 นายร่วงไป เหลือ 7 คนโดย 5 คนอยู่หลังประตูส่วนเติ้ลกับเชนหลบอยู่ตรงเก้าอี้ที่เอ โพดำเคยนั่ง เขาคนนั้นบรรจุกระสุน M79 ใหม่แล้วยิงใส่ประตู บู้ม!!!!! ประตูกับร่างตำรวจอีก 3 คนแหลกกระจุย ส่วนอีก 2 คนที่เหลือโดนสะเก็ดระเบิดกระเด็นไป คนนึงตายแล้วส่วนอีกคนนอนพะงาบๆ
ตอนนี้เหลือตำรวจแค่ 3 นายคือ เติ้ล เชนและตำรวจที่นอนพะงาบๆอยู่
ลูกน้องของเคลาส์คนหนึ่งได้โอกาส รีบควักปืนพกยิงใส่ ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!! แต่โดนแค่โคนเสา
เขาคนนั้นยิงใส่เท้าของลูกน้องคนนั้น ปัง!!! ลูกน้องคนนั้นยืนพิงเสาพร้อมร้องโอดครวญ เขาไม่รอช้า
ยิงไปอีก 2 นัด ปังๆ!!!! แล้วลูกน้องดวงซวยนั่นก็สิ้นลมทันที
เคลาส์ปรึกษากับลูกน้อง “เอาไงดีฟร่ะเนี่ย” ลูกน้องส่ายหน้าพร้อมหน้าตาหวาดกลัว
แล้วจู่ๆ เคลาส์ก็กระชากปกลูกน้องคนนั้นแล้วผลักไป เขาคนนั้นรีบยิงทันที ปังๆ!! ลูกน้องคนนั้นไปอีกราย
เคลาส์ได้โอกาส รีบวิ่งอ้อมหัวโต๊ะ แล้วพยายามวิ่งออกทางประตูหนีไฟซึ่งอยู่เยื้องกับที่นั่งของเสธ.อ้น
แต่ว่า เขาคนนั้นรีบยิงก่อน ปังๆๆๆๆๆๆ กระสุนเจ็ดนัดพุ่งทะลุหลังเคลาส์ไป ล้มกระแทกประตูหนีไฟเปิดแล้วกลิ้งลงไปตามบันได แต่ว่าตายก่อนที่จะกระแทกประตูเสียอีก
แล้วหมวดเชน ซึ่งแอบหลบอยู่หลังเสา ก็ลุกขึ้นมายิงใส่เขาคนนั้น ปังๆๆๆๆ!!!!! กระสุนนัดที่สี่เข้าไหล่ขวาของเขาคนนั้น เขาคนนั้นด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากกกกก”

เขาคนนั้นก็รีบยิงสวนไป ปังๆๆ กระสุน นัดที่1กับ2 เข้าเกราะกันกระสุนของเชน แต่นัดที่3เจาะเข้าลูกตาขวาของเชนพอดี!!!!!!!! เชนล้มลง เติ้ลซึ่งแอบอยู่ตะโกนสุดเสียง”ไอ้เชนนนนนนนนน”
แล้วเติ้ลก็ลุกขึ้นมายิงใส่เขาคนนั้นไม่ยั้ง ปังๆๆๆๆๆๆๆ แต่กระสุนไม่โดนเขาคนนั้น เขาคนนั้นรีบยิงนัดสุดท้ายไป ปัง!!!! กระสุนเจาะเข้าขาซ้าย เติ้ลล้มลงส่วนปืนกระเด็นไปอีกทาง
เติ้ลร้องด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากกกกกก” เขาคนนั้นได้โอกาส วิ่งหนีไปทางประตูหนีไฟในสภาพสะบักสะบอม
พอไปถึงข้างล่างก้ได้บินเสียงไซเรนตำรวจ เขาเหลือบมองเห็นถังขยะขนาดใหญ่ จึงกระโจนเข้าไปซ่อนทันที

พอตำรวจและหน่วยพยาบาลเข้าไปถึง ก็พาเติ้ลกับตำรวจที่นอนพะงาบๆ ไปที่รถพยาบาล แต่ว่าตำรวจที่นอนพะงาบๆคนนั้นสิ้นใจไปก่อนแล้ว ดังนั้นเหตุการณ์นี้มีตำรวจอาสาที่รอดมาได้คนเดียวคือ เติ้ล
ด้านเขาคนนั้น หลังจากตำรวจไปกันหมดแล้วและจะมาอีกทีตอนเช้า ซึ่งประมาณ ตี3ของวันใหม่
เขาออกมาแล้วไปที่รถฮอนด้า crv ของเขาแล้วขับออกไป
ต่อมา ณ ทาวน์เฮ้าส์หลังเดิมนะแหละ เขาคนนั้นในสภาพที่ไหล่ขวามีผ้าพันแผล เขาเปิดสมุดบันทึกแล้วเขียน
อย่างทุลักทุเล

บันทึกของฉัน วันที่ 27 พฤาภาคม พ.ศ.2568
วันนี้แผนขั้นที่สองของฉันดำเนินไปด้วยดี แต่ต้องแลกมาด้วยแผลที่ไหล่ขวาของฉัน ด้วยฝีมือของไอ้ตำรวจเชน
อืม น่าจะชื่อเชนนะ เพราะตอนนั้นไอตำรวจอีกคนก็เรียกอย่างนี้นี่ แต่ฉัน ก็ฆ่ามันไปแล้ว ท่าทางตำรวจอีกคนคงแค้นฉันน่าดุ แต่ช่างปะไร โดนยิงขาไปคงเข็ดขยาดไปอีกนาน และตอนนี้แผนขั้นสุดท้ายของฉันก็มาถึงแล้ว แม้ฉันจะบาดเจ็บก็เถอะ โอกาสเดียวที่จะฆ่าสวะที่ใหญ่ที่สุด นักการเมือง โอกาสเดียวที่พวกมันจะมารวมตัวกันนั้นยากมาก วันนี้คงต้องเขียนแค่นี้แหละ ขอหลับเอาแรงหน่อยละกัน

แล้วเขาคนนั้นก็ปิดสมุดแล้วกำมือข้างซ้ายของตนเอง “อีกไม่นาน หึ แผนฉันก็จะสมบูรณ์แล้ว.........อีกไม่นาน”

ความคิดเห็นที่ 3

lนุกดีฮับ

ความคิดเห็นที่ 4

Chapter 3 : นักการเมือง
3 วันต่อมาหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่โรงแรม แกรนด์ รอยัลตั้น ณ วัดแห่งนึงย่านชานเมือง มีการจัดงานศพที่ค่อนข้างใหญ่โตอยู่ที่ศาลา 5 รูปภาพผู้เสียชีวิตเป็นชายหนุ่มอายุเกือบ 30 ปี หน้าตาหล่อพอใช้ได้ ข้างใต้รูปนั้นมีข้อความว่า “คเชนทร์ มั่นคงทรัพย์ ชาตะ 19 มิถุนายน พ.ศ.2540 มรณะ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2568”

มีผู้มาร่วมงานเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนในสถานีตำรวจและเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนนายร้อย เป็นซะส่วนใหญ่ โดยมีผู้จัดงานคือ นุชรีกับพ่อแม่เชนนั่นเอง
และแล้วมีแท็กซี่สีส้มเข้ามาจอดหน้าศาลา มีคนลงมา “เติ้ล” นั่นเอง แต่ว่าเขาไม่เหมือนเดิมแล้ว เขากลายเป็นคนขาเป๋จากบาดแผลที่ถูกยิง ความจริงหมออยากให้เขานอนที่โรงพยาบาลต่ออีกซักหน่อยแต่เขาปฏิเสธ
เขาต้องการมาร่วมงานศพเพื่อนที่ดีที่สุดและรักมากที่สุดของเขา เขายกมือไหว้พ่อแม่เชนกับนุชรี แล้วไปจุดธูปตรงหน้าเตียงซึ่งบัดนี้ เชนซึ่งไร้ลมหายใจนอนอย่างสงบอยู่
เติ้ลจุดธูปแล้วไหว้ แล้วต่อนั้นน้ำตาของลูกผู้ชายอย่างเติ้ลไหลออกมาช้าๆ เขาอธิษฐานในใจ
“ไอ้เชน ขอให้มรึงไปสู่สุขติเถอะนะ ส่วนกรูจะเอาตัวคนที่ฆ่ามรึงมาลงโทษให้สาสมกับที่ทำกับมรึงเอง”
แล้วเขาก็ปักธูปตรงกระถางแล้วเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่ใกล้กับก้อง
“นี่ ขาของนายเป็นยังไงบ้างแล้ว” ก้องหันมาถาม เติ้ลก็ตอบไปว่าขายังไม่หายดี

และแล้ว แขกคนสำคัญก็มา คือนายวันชัยนั่นเอง เขาตั้งใจมางานศพของเชน เพราะเชนนั้นเป็นคนกล้าคนแรกที่อาสาทำภารกิจนี้ ดังนั้นจึงควรมางานนี้ก่อนแล้วค่อยไปงานศพของตำรวจนายอื่นๆที่เสียชีวิต
.....อีกด้าน ณ ทาวน์เฮ้าส์หลังเดิมของเขาคนนั้น เขากำลังนั่งดูรายการข่าวภาคดึก
“อีกไม่นานแล้วค่ะ วันมะรืนนี้จะเป็นวันที่ทุกพรรคทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านรวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลนั้น จะมาร่วมกันอภิปรายเพื่อแผนทางการเมือง แต่ว่ามีอีกหัวข้อนึงซึ่งยังถูกปกปิดเป็นความลับ โดยมีข้อสันนิฐานว่าจะเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนายอำพลและผู้ร่วมชุมนุมและก็คดีฆาตกรรรมกลุ่มมาเฟียชื่อดังที่โรงแรม แกรนด์ รอยัลตั้น โดยขณะนี้ทางโฆษกรัฐบาลยังไม่ได้แจ้งให้ทราบและห้ามไม่ให้นักข่าวเข้าร่วมสภา....”
เขาคนนั้นนั่งดูพร้อมดื่มเหล้าหลังจากไม่ได้ดื่มมานาน พร้อมลูบคางไปมา
“หึ อีกไม่นานแล้วสินะ” เขาพูดกับตนเองแล้วดื่มเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว แล้วเอาไปล้างและเอาขวดเหล้าไปเก็บ

คืนนั้น ตอน 3 ทุ่มงานก็เลิกพอดี ท่านอธิบดีกำลังจะเดินขึ้นรถประจำตำแหน่งแต่มีคนโทรมา
“สวัสดีครับ ห๊า!!! จริงหรือครับ” วันชัยพูดด้วยความตกใจ เติ้ลได้ยินจึงสงสัย
“โอเคครับ เดี๋ยวมะรืนนี้ผมจะจัดกำลังหนุนไปทันทีเลยครับ” วันชัยพูดแล้ววางสาย
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ” ลูกน้องของวันชัยถาม วันชัยตอบไปว่า
“มันส่งสาส์นอีกแล้ว คราวนี้ถึงทุกพรรคเลยแต่พวกเขาก็จะจัดต่อไปโดยให้เราขนกำลังไปเฝ้าระวังไว้”

เติ้ลคิดในใจ “อีกแล้วหรือเนี่ย อืม ฉันต้องไปที่นั่นให้ได้แต่ไม่ใช่ในชุดตำรวจ อืมถ้าเนียนว่าเป็นนักข่าวก็ได้มั้ง”
เติ้ลกำลังจะเดินไปหน้าวัดเพื่อจะโบกรถ แต่มีรถคันนึงมาใกล้
ก้อง “เฮ้ หมวด จะไปด้วยกันไหม” ก้องนั่นเอง เขาขับรถตู้ของทางสถานีมา เติ้ลพยักหน้าแล้วรีบขึ้นนั่งทางด้านหลัง แล้วรถตู้คันนั้นก็เคลื่อนออกจากวัดไป ระหว่างเดินทาง เติ้ลหันมาถามนุช
“เออ......นุช มะรืนนี้เธอต้องไปทำข่าวที่รัฐสภารึเปล่า” นุชพยักหน้าแล้วตอบ
“เปล่า แต่บอสสั่งให้ฉันไปพรุ่งนี้เพื่อไปติดเครื่องดักฟังเพราะเขาห้ามนักข่าวเข้าไป ว่าแต่ทำไมเหรอ เธอยังขาเจ็บนี่” แล้วเติ้ลก็ตอบ “คือว่า ฉันอยากจะไปด้วย สมมุติว่าถ้าเกิดอันตรายจะได้ช่วยพวกนายทัน” ก้องซึ่งขับรถอยู่หันมาคุยด้วย “โอ้ ดีเลยหมวดไปด้วยยิ่งอุ่นใจ อ่ะถึงบ้านหมวดแล้วล่ะ เดี๋ยวตอนเช้าผมรับนะ”
เติ้ลพยักหน้า ก่อนจะโบกมือลาทั้งสองแล้วเดินเข้าประตูบ้านไป อีกไม่นาน!!!!!
.
.
บันทึกของฉัน วันที่31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
วันนี้เป็นการเตรียมแผนขั้นรองสุดท้ายแล้ว คือการเข้าไปวางระเบิดในสภา พรุ่งนี้พวกมันก็จะมา แล้วฉันก็จะ บรึ้ม!!!! เรียบร้อยพวกสวะ แล้วในที่สุด ความอยุติธรรมอันอุบาทว์ก็จะหมดไป แล้วความสงบสุขก็จะกลับมาอีกครั้ง นี้อาจจะเป็นบันทึกสุดท้ายที่ฉันจะได้เขียน เพราะว่าถ้าเดาไม่ผิด ต้องพวกตำรวจเฝ้าก่อนแล้ว หลายสิบกว่าคน ฉันอาจจะไมได้กลับมาเขียนอีก ยังไงก็ตามถ้าใครได้รีบแล้วอ่านบันทึกนี้ ถ้าแผนฉันไม่สำเร็จ หวังว่าคุณจะทำแผนการนี้ต่อไป
เขาปิดสมุดบันทึกลงและถอนหายใจยาวๆก็จะหยิบกระเป๋าใบเดิมพร้อมเบเร็ตต้ากระบอกเดิมเดินออกไปขึ้นรถ
11:20 นาที ด้านเติ้ล นุชกับก้องก็มาถึงรัฐสภานี้แล้ว แต่ว่ามีตำรวจอยู่ประปรายทุกประตู
ก้อง “เอาไงดีล่ะทีนี้ พวกเขาคุมหมดเลย” นุชตอบว่า “ลองสำรวจรอบๆดู น่าจะมีทางเข้านะ” แล้วพวกเขาลองเดินสำรวจ
อีกด้าน เขาคนนั้นก็มาถึงแล้ว เขาแอบมองทางเข้าที่เข้าง่ายที่สุดเพราะมีตำรวจเฝ้าแค่คนเดียวเอง
เขาเอากระเป๋าวางลงแล้วร้องโอดครวญ “โอ๊ยๆ ช่วยผมด้วย”
ตำรวจจอมซื่อคนนั้นได้ยิน แล้วรีบวิ่งมาดุ แล้วเขาคนนั้นก็ตะครุบตัว แล้วเอาปลายปืนเบเรตต้าที่ติดที่เก็บเสียงจ่อไปที่หัว ปุ!!! แล้วเขาก็รีบลากศพมาซ่อนไว้ตรงพุ่มไม้แถบโคนต้นไม้ใหญ่ โดยไม่รู้ว่ากุญแจทางเข้าตกอยู่

ด้านเติ้ลพึ่งมาถึงตรงนี้ เห็นว่าไม่มีใครเฝ้าประจวบกับมีกุญแจตกอยู่ จึงหยิบมาแล้วลองไขเปิดประตู มันไขได้!!
แล้วทั้งสามก็เดินเข้าไป อีกด้าน เขาคนนั้นหลังอำพรางศพรีบกลับมาพร้อมกระเป๋า พบว่าประตูถูกเปิดทิ้งไว้
เขาเอาไฟฉายส่องไปที่พื้น มีรอยเท้า 3 คู่ แต่คู่หนึ่งแปลกเพราะแสดงให้เห็นว่าเจ้าของรอยเท้านี้พิการ
เขาคนนั้นคิดในใจ “รอยเท้าเดินเป๋แบบนี้ หรือว่า จะเป็นเพื่อนไอ้ตำรวจเชน!!!! “ แล้วเขาก็ค่อยๆย่องตามไปอย่างช้าโดยที่ไม่ลืมปิดประตูและล็อกจากข้างใน
ด้านพวกเติ้ลก็มาถึงห้องประชุมสภา แล้วค่อยๆเอาเครื่องดักฟังไปติดตามใต้โต๊ะ ผ่านไปซักพัก เขาคนนั้นก็เข้ามา

ก้องบิดขี้เกียจ “เฮ้อ ปวดหลังโว้ย อ้าวเฮ้ย เชี่ย!!!!” เขาตกใจเมื่อหันมาเห็นเขาคนนั้น
เขาคนนั้นรีบยิงปืนเบเร็ตต้าใส่ทันที ปุๆๆๆ!!! ก้องล้มหงายตึง เติ้ลรีบลากร่างของก้องเข้ามาหลบ
ชายคนนั้น เดินเข้ามาใกล้ๆ เติ้ลเหลือบมอง เขาใส่หมวกโม่งสีดำอยู่ เติ้ลบอกกับนุช
เติ้ล “นุชซ่อนตัวก่อนนะ ผมจะอ้อมไปดักหลังมัน อ่ะนี่ปืนผมเผื่อมันเจอพวกคุณ ฝากก้องด้วย”
แล้วเติ้ลค่อยๆหลบไป ด้านเขาคนนั้นเดินมาถึงโต๊ะตรงที่ทั้งสองหลบอยู่ นุชเห็นทำอะไรไม่ถูกมือสั่นจนปืนตกจากมือ
เขาคนนั้น “หึ ลาก่อนสาวน้อย” เขาเอาปืนจ่อไปที่หัวของนุช เตรียมเหนี่ยวไก แต่ว่า
เติ้ลรีบตะครุบตัวได้พอดี แล้วมือของเติ้ลก็กระชากหน้ากากนั่นออกมา แล้วเติ้ลก็ล้มลง
แล้วใบหน้าที่แท้จริงของเขาคนนั้น เป็นลูกครึ่งฝรั่งอายุ ประมาณ 40 ขึ้น เขารีบก้มลงหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวนุช
“แก….ไอเป๋นี่เอง ยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้” แล้วเขาคนนั้นก็ผลักนุชไปใกล้ แล้วเอาปืนเล็งไว้
“แกแกทำอย่างนี้ทำไม” เติ้ลตะโกนถามไปอย่างไร้ความหวาดกลัว” ชายลูกครึ่งมองแล้วตอบ

“ทำไมนะเหรอ ดูสภาพสังคมตอนนี้สิ การเมือง มาเฟีย อิเศษสวะนี้ทำให้ชาติล่มจมแต่แกก้เอาแต่ปรนนิบัติพวกมัน ท่าทางกังไม่รู้สินะว่าความยุติธรรมที่แกดูแล ก็คือไอพวกสวะนี้ไงเล่า ฉันนะผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะนะ
ไอ้หนู ฉันรู้ดีว่าสภาพสังคมนี้เป็นยังไง แกคงไม่เชื่อสินะ เอางี้” แล้วเขาก็ล้วงบางอย่างในกระเป๋าแล้วโยนให้เติ้ล
สมุดบันทึกนั่นเอง แล้วเขาก็พูดต่อ
“แกลองอ่านนั่นดูสิ ฉันคิดดูดีๆแล้ว ฉันจะไม่ขอกำหนดชะตาชีวิตพวกมันแต่ฉันจะยกให้นาย” แล้วเขาก็ล้วงอะไรบางอย่างในกระเป๋าขึ้นมา มันคือระเบิด C4 หลายลูกซะด้วย
“เอาละ ฉันจะติดระเบิดตามจุดตรงนี้นะ” แล้วเขาคนนั้นก็เดินไปติดตั้งระเบิดหลายจุดโดยยังเอาปืนเล็งที่ทั้งสอง
เสร็จแล้วก็เดินมา แล้วโดยนของอีกอย่างมาให้ เป็นโทรศัพท์รุ่นเก่ารุ่นนึง
“ฉันจะให้แกเป็นคนเลือก ว่ามันอยู่หรือตาย ถ้าแกต้องการระเบิด กดโทร01 แล้วโทรออก บรึ้ม!!! หรือไม่ แกก็โยนทิ้งซะ แกจะเลือกอะไรระหว่างความยุติธรรมหรือรับใช้ไอเลวพวกนั้น!!”
ทันใดนั้น มีตำรวจจากข้างนอกเข้ามา เขาคนนั้นไม่ทันตั้งตัว แล้วถูกยิงทันที ปังๆๆๆๆๆๆ!!!
เลือดของชายคนนั้นกระเด็นใส่เติ้ลกับนุช ร่างของเขานอนข้างๆกับก้อง ตำรวจคนนั้นรีบมาหาทั้งสองแล้วรีบพาทั้งสามออกไป………………….

หลายวันต่อมา คดีสะเทือนขวัญนี้ก็จบลง อาชญากรคนนี้คือ วัล แวคเกอร์ตอส ( Val Wackertos) เป็นลูกของอดีตเอกอัคราชทูตสเปนประจำในไทยที่ถูกฆาตกรรมเนื่องจากพยายามเปิดโปงการค้าอาวุธข้ามชาติ โดยวัลเคยเป็นทหารในปากีสถาน พอเริ่มวางแผนนี้ จึงติดต่อสั่งซื้ออาวุธจากพ่อค้าอาวุธชาวปากีสถานซึง่เคยตีสนิทกันมาก่อน
ด้านคุณหมอสันนิฐานว่า วัลเป็นวิกลจริตและอันตรายต่อสังคม สมควรแล้วที่ต้องตาย
เติ้ลกับตำรวจนายนั้น ได้รับเหรียญกล้าหาญจากวันชัย และอีกเรื่องที่น่ายินดีคือ ก้องยังไม่ตายเพียงแต่ต้องนอนโรงพยาบาลไปอีกยาว

ความคิดเห็นที่ 5

บทส่งท้าย
3 วันต่อมาหลังจากเหตุการณ์นั้นโดย เหล่าพรรคการเมืองต่างมาประชุมกันในสภาเดิมซึ่งเป็นที่ตายของ วัล
พณฯท่านนายกรัฐมนตรีเปิดอภิปรายเรื่องของวัล โดยมีนายวันชัยร่วมด้วยโดยนั่งใกล้กับท่านนายก
ระหว่างพรรคอื่นอภิปราย นายกแอบกระซิบข้างหูวันชัย “ทำงานดีมาก ฉันจะตบรางวัลให้แกอย่างงาม”
วันชัย “โอ้ขอบคุณครับผม” และผ่านไป 1 ชั่วโมง ท่านนายกก็ยืนขึ้นและบอกว่า
“ขอบคุณทุกคนที่มางานในวันนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับอย่างปลอดภัย” และแล้วมีเสียงปิ๊บๆใต้โต๊ะ วันชัยกับนายกมองไป มันคือระเบิด C4 นั่นเอง บรึ้ม!!!!!!! สภาแหลกกระจุยกระจาย ศพนักการเมืองทั้งหลายแหลกเละ ชายคนนึงซึ่งนั่งอยู่ตรงเก้าอี้สาธารณะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปหลังได้ฟังเสียงผลงานตนเอง
เขาคนนั้นไม่ใช่ใคร เติ้ลนั่นเอง!!!!!
เขาได้อ่านสมุดบันทึกของวัล และคล้อยตามไป และอีกเหตุผล เขาเคยรู้เห็นถึงการรับสินบนของวันชัยในการปิดคดีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และนั่นจึงเป็นอีกเหตุผลให้เขาไม่บอกเรื่องระเบิดและทำให้แผนของวัลสำเร็จ เติ้ลเดินลากขาไปช้าหายไปท่ามกลางฝูงชน……………
THE END


(ปล. เกมปิดท้าย ทุกท่านลองสลับชื่อของวัลดู จะเป็นชื่อจริงของตัวการ์ตูนตัวนึงในเรื่อง Watchmen ใบ้ให้
ชื่อมี 6 ตัวอักษร นามสกุลมี 6ตัวนะ)
ชื่อของวัล (เผื่อหาชื่อไม่เจอ) :Val Wackertos

ความคิดเห็นที่ 6

สนุกดีครับแต่งได้ดีมากแต่น่าจะเปลี่ยนเป็นชื่อ ประเทศ อื่นๆท่าจะดีน่ะครับ ผมแค่เสนอนะครับไม่ได้ว่า

ความคิดเห็นที่ 7

มาลงชื่ออ่านจ้า

ความคิดเห็นที่ 8

เฉลยละกัน
ถ้าสลับชื่อกันก็จะได้ชื่อว่า Walter Kovacs
ซึ่งเป็นชื่อจริงของตัวละครที่ชื่อว่า รอร์แชค (rorschach) ซึ่งเป็นตัวฮีโร่ที่รักความยุติธรรมเป็นที่สุดและไม่รู้จักคำว่าประนีประนอมและก็เป็นคนที่ชอบจดบันทึก จึงนำคาแรตเตอร์นี้มาใส่ในตัวละครของผม

ความคิดเห็นที่ 9

55


Function Used time : 0:0:0:15